chapter 4
posted on 30 Sep 2008 20:42 by nattcha
Chapter 4
.
.
.
ข้อตกลงของหมีและแมว
.
.
ก๊อกๆๆๆ “ อาหารมาส่งแล้วครับ” บริกรนำอาหรที่คังอินสั่งมาส่งที่หน้าห้อง
คังอินที่ตอนนี้นั่งมองหน้าแมวที่สลบอยู่ก็เลยลุกขึ้นไปเปิดประตูให้บริกรนำอาหารมาส่ง
เราจะฟื้นได้รึยังเนี่ยเอาหารมาส่งแล้วด้วยเดี๋ยวมนุษย์หมีกินหมดเราจะทำไงดีล่ะไม่ได้อย่างงี้ต้องรีบฟื้น
“.........ขอโทษที่รบกวนผมลาละ” ลัคกี้เนียนลุกขึ้นคว้ากระเป๋าแล้วโค้งให้ก่อนที่จะเดินจากไป ประมาณว่า
เหมือนไม่ได้ยินว่าหมีกับกระต่ายคุยกันก่อนหน้านี้
“หือ........อือ......” คังอินไม่ได้ตอบอะไรเพราะกำลังยุ่งอยู่กับการจัดโต๊ะอาหาร
เอ๊ะ! ทำไมไม่ทักไม่ห้ามอะไรซักคำนะนี่เราอุตสาห์ก้าวช้าๆแล้วหรือว่าตาหมีนี่แค่จะพูดหลอกซองมินเฉยๆว่าจะ
รับเค้าทำงาน ระหว่างที่คิดอยู่นั้นเองเสียงที่ไม่พึงประสงค์ก็เล็ดรอดออกมา
“โครก........คราก..........” ไอกระเพาะบ้าแกจะมาร้องทำไมตอนนี้เสียฟอร์มหมดเลย
“หิวข้าวรึไง”คังอินได้ยินเสียงท้องของเจ้าแมวพยศร้องแต่ก็แกล้งถามไปงั้นอยากจะรู้เหมือนกันว่าจะทำไง”
“มันเรื่องของผม ขอตัวก่อน” เวรจริงเอาไงดีหล่ะที่นี้ปากน้อปากตอบไม่ทันคิด
“..............” คังอินหันมากลับมามองเจ้าแมวที่สลบเมื่อกี้นี่ยังดูน่าสงสารอยู่เลยแต่ตื่นขึ้นมาได้ก็เริ่มปากเก่ง
อีกแล้ว
ดูสิท่าทางจะเป็นลมเพราะไม่ได้กินข้าวแน่เลยดีนะที่เค้าสั่งไว้เผื่อ
“จะไปไหนนายยังไม่ได้ขอโทษที่ว่าชั้นเมื่อกี้แถมยังมาตบหน้าชั้นอีก มานี่เลย” คังอินทำเสียงดุใส่คนตัวเล็กที่
ตอนนี่ตั้งท่าจะดินออกไปจากห้องแล้วก็เลยลากข้อมือบางมานั่งที่โต๊ะอาหารนี่เค้าเพิ่งสังเกตุว่าข้อมือนี้เล็กและ
บางมากถ้าเค้าเกิดเผลอบีบแรกไปมันอาจจะหักคามือเค้าได้เลยนะนี่
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ผมไม่ขอโทษแล้วก็ ช่วยปล่อยผมได้แล้วผมต้องไปทำงานต่ออีก”ลัคกี้ตอบอย่างไม่ค่อย
พอใจที่โดนคนตัวโตลากมานั่งที่โต๊ะอย่างถือวิสาสะ
“นี่ที่ชั้นลากนายมาก็ให้มากินข้าวเลิกปากเก่งได้แล้วรีบกินซะแล้วเราค่อยมาตกลงเรื่องการทำงาน” คังอินขี้
เกียจต่อล้อต่อเถียงแล้วอีกอย่างเค้าก็หิวแล้วเหมือนกันกินก่อนแล้วค่อยว่ากันแล้วกัน
“คุณไม่ไล่ผมออกแล้วเหรอ” ลัคกี้ถามขณะที่ตามองอาหารบนโต๊ะ โหนี่จะกินกันกี่คนเนี่ยสั่งมาเยอะแยะเลย
ทำอย่างกับจะเลี้ยงข้าวคนห้าคนได้นี่มีกันแค่สองคนเองนะเชื่อแล้วว่ารวยจริง
“อย่าพูดมากกินไป”คังอินตัดบทสนทนา
จบการสนทนาไม่มีการพูดคุยใดๆระหว่างการกินข้าวมื้อนี้
.
.
.สักพักใหญ่อาหารบนโต๊ะที่ลัคกี้เห็นว่ามันเยอะเกินจำนวนคนก็หมดเกลี้ยงด้วยฝีมือของแมวและหมี
“เฮ้อ....อิ่มจัง ”
“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะฮะ” ลัคกี้ขอบคุณคนเลี้ยงข้าวที่นานทีเค้าจะได้กินเต็มอิ่มซักที่ก็ส่วนมากเค้าจะ
กินแต่ราเมงแต่ถ้าซองมินหรือฮยอกแจอยู่ก็จะเจอพวกนี้นบังคับให้กินข้าวด้วยกันบางทีพี่ชายของซองมินอาจจะ
เป็นคนดีกว่าที่คิดก็ได้ พูดแล้วร่างบางก็ยิ้มให้กันคนตรงหน้า
“หา....อือ” คังอินงงที่อยู่ดีๆแมวพยศก็มาขอบคุณแถมด้วยรอยยิ้มอ้อนเหมือนลูกแมวไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าแมวนี่
จะมีรอยยิ้มน่ารักขนาดนี้เอ๊ะ! แล้วทำไมเราต้องดีใจกับรอยยิ้มเด็กด้วยนะ บ้าไปแล้วคังอิน
“เอาหล่ะที่นี้เรามาตกลงเรื่องงานของเราดีกว่าเดี๋ยวนายเก็บพวกถ้วยชามไปว่าไว้ที่อ่างแล้วตามชั้นมาที่ห้องทำ
งานแล้วกัน” คังอินพูดจบก็เดินจากไป
“คนอะไรเย็นชาชะมัดเลย ว่าแต่ไอ้คอนโดนี่มันมีกี่ห้องกันแน่เนี่ยยังมีห้องทำงานอีกเหรอเนี่ย”
ลัคกี้คิดพลางเก็บถ้วยชามมาล้างให้เรียบร้อยแล้วเดินไปที่ห้องทำงาน
“ก๊อกๆ”
“เข้ามาสิ” คังอินตอบพลางชี้นิ้วไปที่เก้อี้ตรงหน้า
“นั่งลง” “เอ่อฮะ....ว่าแต่คุณจะตกลงเรื่องอะไรเหรอฮะ ก็ซองมินคุยเรื่องรายระเอียดเรียบร้อยแล้วนี่”
ลัคกี้ตอบก็มันจริงนี่นาก็เค้าตกลงกับซองมินเรียบร้อยแล้วนี่
“เปลี่ยนใหม่ อ้อ....แล้วช่วยทำความเข้าใจใหม่ด้วยนะว่าตอนนี้เนี่คนที่จ้างนายก็คือชั้น คนที่ให้เงินเดือนนายก็
คือชั้นไม่ใช่นายแม่หรือซองมินรู้เอาไว้ซะจะได้ไม่กล้ามาเถียงชั้นได้อีก”คังอินตอบพลางยิ้มแบบผู้ถือไพ่เหนือ
กว่า
“.......................” ตายแล้วนี่เค้าลืมไปสนิทเลยนะเนี่ย มัวแต่ดีใจที่ได้งานทำที่นี้เค้าก็หมดตัวช่วยแล้ว
หล่ะสิในเมื่อสิทธิการเป็นนายจ้างนี่เป็นของมนุษย์หมีเต็มๆ
“เอาหล่ะที่นี้ก็เข้าเรื่องได้ชั้นจะสรุปให้ฟังคร่าวๆแล้วกันที่นี่มีสองห้องนอนห้องใหญ่เป็นของชั้นส่วนห้องเล็กนั้น
นายก็ย้ายมานอนแล้วกัน ห้องนอนชั้นก็ไม่มีอะไรมาก็ทำความสะอาดทั่วไป อ้อ! สิ่งที่ต้องห้ามเลยเวลาที่ชั้นอยู่
ในห้องห้ามเข้ามาเด็ดขาดเวลานายเก็บขยะก็เหมือนกันถ้าเห็นเศษกระดาษอยู่บนพื้นห้ามทิ้งเด็ดขาดเอาไปวาง
ไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ได้ ส่วนต่อมาก็เห็นห้องน้ำมีทั้งหมดสามห้องก็คือในห้องชั้นห้องของนายแล้วก็ตรงโซน
ห้องนั่งเล่นอีก ชั้นให้ความสำคัญกับห้องน้ำมากนายต้องดูแลให้สะอาดเสมอ ต่อไปโซนนั่งเล่นก็เหมืนกันส่วน
ห้องทำงานห้ามเข้าไปยุ่งอย่างเด็ดขาดถ้าชั้นไม่ได้อนุญาตเข้าใจมั๊ย อ้อส่วนห้องครัวก็อย่างที่เห็นนะแหละว่า
ไม่ได้ใช้นานแล้วเพราะชั้นไม่ชอบทำอาหารแต่ถ้านายมาอยู่นายก็ทำอาหารเที่ยงกับเย็นก็แล้วกันส่วนข้าวเช้าไม่
ต้องแล้วก็ขาดเหลืออะไรก็บอกแล้วกันแล้ว แล้วก็เรื่องค่าจ้างก็เหมือนกับที่นายแม่ตกลงไว้กับนายตั้งแต่แรกก็
แล้วกัน ส่วนงานที่นายทำที่อื่นอยู่ชั้นไม่ได้ห้ามอะไรอย่าทำให้งานที่นี่เสียก็แล้วกันหวังว่านายคงจะช่วยปกป้อง
ชั้นไม่ให้โดนกองขี้ผุ่นท่วมหัวตายอย่างที่นายเคยแช่งชั้นก็แล้วกัน ” คังอินร่ายยาวเป็นชุดม้วนเดียวจบไม่มีการ
กรอเทปรอบสอง พร้อมกับมีการแดกดันคนตัวเล็กให้สำนึกด้วย
“ได้ฮะ ว่าแต่คุณปกติชอบทานอะไรหล่ะฮะผมจะทำให้ถูกใจคุณน่ะ ”ลัคกี้ตอบพลางไม่ใส่ใจฟังคำแดกดันที่โ
โดนเพราะเท่าที่ดูแล้วก็ไม่มีอะไรยากแค่ห้ามยุ่งกับห้องทำงานแค่นั้นเองแค่นี้ลัคกี้สามารถ
“ชั้นเหรอกินอะไรก็ได้ นายทำอาหารญี่ปุ่นเป็นรึเปล่าหล่ะ ถ้าเป็นก็ทำสลับกันไปก็แล้วกัน” คังอินตอบแบบไม่
ได้คิดมากอะไร
“อ้อ...นี่กุญแจห้องนายต้องกลับดึกด้วยใช่มั้ย อย่ารบกวนการทำงานของชั้นแล้วกัน ส่วนวันนี้นายก็สำรวจแล้ว
กันว่าต้องการอะไรบ้างพวกของสดของแห้งแล้วก็พวกน้ำยาต่างๆอันไหนไม่มีก็ซื้อมาด้วยแล้วกันเอ้าค่าใช้จ่ายน่า
จะพอนะส่วนเรื่องอาหารพรุ่งนี้นายค่อยทำแล้วกัน”คังอินพูดพลางหยิบเงินสดพร้อมกับกุญแจอันเดิมที่คนตรง
หน้าปาใส่เค้าให้คนที่นั่งทำตาโตมองเงินที่เค้ายื่นให้อย่างงงๆ
“เอ่อ....ได้ฮะแล้ววันนี้คุณไม่กินอะไรเหรอเพราะนี่มันเพิ่งจะบ่ายกว่าเองกว่าจะเย็นคุยอาจจะหิวก็ได้นะ”ลัคกี้
ถามเพราะว่ากว่าจะเย็นมันก็อีกตั้งนาน
“นี่นายทำไมเรียกชั้นว่าคุณหล่ะไม่รู้จักชื่อชั้นรึไงห๊ะ ลัคกี้” คังอินเริ่มหวุดหวิดที่คนตัวเล็กเรียกชื่อเค้าเอาแต่
เรียกคุณอยู่ได้ ประหลาดจริง
“ขอโทษฮะ คุณคังอิน ว่าแต่คุณรู้ชื่อเล่นผมได้ยังไง”ลัคกี้แปลกใจเพราะตลอดการสนทนาคนตัวใหญ่ก็ไม่เคย
เรียกชื่อเค้าเมือนกันนี่นา เอาแต่เรียกนาย เหมือนกันนั่นแหละมาว่าแต่เค้า ลัคกี้บ่นกับตัวเองในใจแต่ทำอะไร
ไม่ได้
“นี่ไม่ต้องเรียกคุณหรอก เรียกพี่คังอินก็ได้แล้วชั้นก็จะเรียกนายว่าลัคกี้โอเคมั๊ย”
“ก็ได้ฮะ คุณเอ๊ย.... พี่คังอินงั้นผมขอตัวไปทำงานที่ค้างไว้ก่อนแล้วกันนะฮะ ”
“อือ....ไปเถอะ วันนี้ชั้นก็จะไปทำธุระข้างนอกพอดี” ว่าแล้วคังอินก็ลุกจากเก้าอี้นั่งเดินตรงไปยังห้องนอนตัว
เอง
.
.
.
หลังจากที่ทำความสะอาดเสร็จพร้อมกับการช๊อปปิ้งซื้อของที่จำเป็นเรียบร้อยแล้วลัคกี้ก็นำเงินที่เหลือไปคืนไว้
ในห้องนอนของคังอินพร้อมกับใบเสร็จรวมกระทั่งค่ารถเมล์ที่เค้าขึ้น ก็มันช่วยไม่ได้นี่นาเค้าต้องเก็บเงินนี่นา
ประหยัดได้เพิ่มสักสิบยี่สิบวอนก็ยังดี
ว่าแล้วก็เดินออกมาจากคอนโดไปทำงานพิเศษต่อว่าแล้วลัคกี้ก็ยกนาฬิกาที่เพื่อนรักซื้อมาให้วันเกิดเค้าเมือสอง
ปีที่ตอนที่ได้มาเค้ายังบ่นอยู่เลยเพราะว่าแพงเกินไปแต่ถ้านับการใช้งานก็ถือว่าคุ้ม ของแพงนี่มันทนอย่างนี่นี้เอง
ยังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงระยะทางจากคอนโดของพี่คังอินกับที่ทำงานเค้าก็ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่ถ้างั้นเรา
เดินไปเรื่อยๆแล้วกันประหยัดค่ารถอีกต่อ
ขณะที่เดินไปเรื่อยๆนั้นอยู่ดีๆก็มีรถบีบแตรใส่
“ปี้นๆ” จะบีบหาพระแสงรึไงเค้าไม่ได้เดินปิดทางเดินรถซะหน่อยถ้าไม่เลิกนะแม่จะหันไปด่าให้จำวิธีขับรถไม่
ได้เลยคอยดูสิ
“ปี้นๆ”
“นี่คุณ! จะบีบแตรหา.......................อ้าวคุณวันนั้นนี่นา สวัสดีฮะ”
“สวัสดีครับ พอดีเห็นคุณเดินอยู่ให้ผมไปส่งมั๊ยครับ” คิบอมทักโชคดีจริงๆ ที่เค้าแค่ออกมาขับรถไปหาดงเฮแต่
ดันเจอคนสวยก่อนจะได้สานต่อความสัมพันธ์ต่อ
“เอ่อ...จะดีเหรอฮะลำบากคุณเปล่าๆ”ลัคกี้ตอบแต่ไม่ทันแล้วเพราะว่าคิบอมลงจากรถมาเปิดประตูให้เค้า
เรียบร้อยแล้ว
“ไม่หรอกครับ ถ้าเกิดคุณคยูฮยอนไม่ให้ผมไปส่งผมคงเสียใจแย่เลย”คิบอมบออดเสียงหวานก่อนที่จะขับรถ
ออกไปคนใครที่เค้าหวังที่จะจีบไม่มีทางหลุดมือเค้าได้หรอกเพราะเค้านี่แหละเพลย์บอยตัวจริงเสียงจริง
“เอ่อ....ขอบคุณนะฮะแต่ว่าไม่ต้องเรียกผมว่าคุณหรอกเรียกคยูฮยอนเฉยๆก็ได้ฮะ”
“ได้ครับถ้างั้นคยูฮยอนก็ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณเหมือนกันนะจะได้เสมอกัน” ลัคกี้ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มให้
เฉยๆ
“ว่าแต่คยูฮยอนจะให้ผมไปส่งที่ไหนเหรอครับ เดี๋ยวผมขับรถเลยไม่รู้นะ”คิบอมตอบเพราะว่าเค้ายังไม่รู้เลยว่าคน
สวยของเค้าไปไหน
“อ๋อ.....คิบอมรู้จักร้านเอสเจ คอฟฟี่มั๊ยฮะ ผมทำอยู่ที่นั่นแหละ”ลัคกี้ตอบเพราะร้านนี้ดังมากทั้งในหมู่คอกาแฟ
และขนมเค็กซึ่งอร่อยกว่าร้านกาแฟทั่วไป เค้าเริ่มทำที่นี่ได้เกือบปีแล้วหล่ะด้วยความที่เป็นร้านที่ไม่ใหญ่มากนัก
พนักงานเไม่เยอะเลยค่อยข้างที่สนิทกับพี่เยซองและพี่รยออุคเจ้าของร้าน
บางทีพวกพี่ๆก็ทำขนมไปฝากให้ฮีนิมด้วย
“อ๋อ...ร้านนั่นเองไม่ต้องห่วงคจะรับเดี๋ยวสารถีคนนี้จะส่งให้ถึงในร้านเลย”คิบอมพูดติดตลกตามสไตล์
“ว่าแต่เรื่องงานที่ผมเคยพูดไว้ คยูฮยอนว่ายังไงครับ”
“อ๋อ....ฮะคือว่าผมก็อยากทำนะแต่มันติดที่เวลาฮะผมจีเวลาว่าวันเสาร์กับอาทิตย์ตอนช่วงหลังสี่ทุ่มฮะ
วันอื่นผมติดงานพิเศษหมดลย” ลัคกี้ตอบหลังจากคำนวณเรื่องเวลาที่เหลือเพราะวันธรรมดาเค้าต้องไปเรียนที่
มหาลัยและต้องความสะอาดบ้านทำกับข้าวให้กับพี่คังอินอีกแล้วหลังจากนั้นเค้าก็มีงานที่ร้านกาแฟจนถึงสี่ทุ่ม
หลังจากสี่ทุ่มเค้าต้องไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อจนถึงตีสองแล้วถึงจะได้พักผ่อนแล้วชจนถึงหกโมงเค้าต้องไปส่ง
หนังสือพิมพ์อีกดีนะที่ร้านหนังสือพิมพ์รู้จักกันเลยให้เค้ายืมรถจักรยานเพื่อไปส่งหนังสือพิมพ์แล้วต้องทำอาหาร
ตอนเที่ยงกับตอนเย็นให้พี่คังอินอีกที่คอนโดนี่ไม่ไกลจากที่เค้าหอที่เค้าอยู่เลยไม่ต้องบอกเลิกงานไป
“ถ้างั้นคยูฮยอนก็ทำงานช่วงที่สะดวกแล้วกันนะครับถ้าอย่างงั้นเรื่องเงินเดือนผมให้เป็นชั่วโมงแล้วกันชั่งโมงละ
หมื่นวอนแล้วกันคยูฮยอนมีปัญหามั๊ยครับ”คิบอมสรุปให้ฟังหลังที่ขับรถมาส่งคนสวยถึงที่แล้ว
“ให้ผมทำได้จริงๆเหรอ คิบอมขอบคุณมากนะ” ลัคกี้ได้ยินก็หันหน้ามากอดคิบอมด้วยความดีใจที่เค้าได้งาน
เพิ่มแปลว่าเค้าก็มีเงินเพิ่มโอ๊ย...วันที่ฮีนิมจะกลับมาแข็งแรงใกล้เข้ามาอีกก้าวหนึ่งแล้ว
“เอ่อ.....ครับ มะไม่เป็นไร ถ้าอย่างงั้นวันเสาร์เดี๋ยวผมมารับคยูฮยอนตอนสี่ทุ่มแล้วกันเลิกงานจากที่นี่ใช่มั๊ย
ครับ”
คิบอมถึงกับอึ้งที่คนสวยหันมายิ้มหวานให้เค้าอย่างน่ารักแถมมีอ๊อฟชั่นด้วยการกอดอีกกำไรเป็นบ้าเลยเราแค่มา
ส่งยังได้ขนาดนี้เลย ต่อไปไม่อยากนึก
ใช่ฮะ ว่แต่คิบอมจะมารับเหรอลำบากเปล่าๆนะเดี๋ยวผมไปเองก็ได้”ลัคกี้ตอบหลังจากที่ผละตัวออกมาแล้ว
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมมารับ แล้วเจอกันวันเสาร์นี้นะครับ” คิบอมยิ้มให้ก่อนที่จะขับรถออกไป
“นี่ลัคกี้ เราไปกอดใครในรถนั่นหน่ะห๊ะ ตัวแค่นี้ริอาจมีแฟนแล้วไม่บอกพี่รึ” เยซองถามขึ้นมาหลังจากที่เค้า
กลับจากซื้อของที่สุดที่รักสั่งแล้วเห็นช็อตเด็ดพอดี
“ไม่ใช่หรอกฮะพี่เยซองนั่นคิบอมเค้าเป็นว่าที่เจ้านายอีกคนต่างหากกี้ยังม่มีแฟนหรอกน่า”ลัคกี้ตอบพร้อมกับ
เดินไปเปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบของร้าน
“แน่นะถ้าพี่เห็นว่าลัคกี้แอบมีแฟนแล้วโดยที่ยังไม่ผ่านการสแกนจากพี่นะพี่จะไปฟ้องฮีนิมให้อาละวาดให้เราเลิก
กับแฟนไปเลย แล้วก็นะที่หลังอย่าไปกอดใครเค้ามั่วซั่วอีกหล่ะเดี๋ยวเค้าก็นึกว่าเรามีใจให้เราใช่ว่าจะหน้าตา
ขี้เหร่ซะที่ไหน พี่เป็นห่วงนะ”เยซองถือโอกาสเทศน์ให้ฟังไปเลยเพราะว่าทั้งเค้าและรยออุคก็รักและเป็นห่วงลัค
กี้เหมือน้องชายแท้และลัคกี้เองก็รักพวกเค้าเหมือนพี่ชายแท้ๆเหมือนกัน
“อ้าวงั้นกี้ก็อดกอดพี่เยซองกับพี่รยออุคแล้วนะสิ”ลัคกี้แกล้งทำหน้าเศร้าเพื่อแหย่พี่ชายขี้หวง
อะไร พี่เยซองดุไรลัคกี้ห๊ะ ใช้ให้ไปซื้อของทำไมมาบ่นน้องห๊ะ...ไหนละของที่ผมสั่งให้พี่ไปซื้อ”
รยออุคเดินมาเห็นตอนที่ลัคกี้หน้าหงอพอดีก็เลยเดินเข้า
“พี่รยออุคฮะพี่เยซองห้ามไม่ให้กี้กอดพี่รยออุคด้วยนะ”ลัคกี้ได้ทีแกล้งพี่เยซฮงเพื่อความสะใจที่เห็นพี่เยซองที่
แสนโหดกับพนักงานแต่กลับหงอให้กับที่รักอย่างเสียมาด
“เฮ๊ย! ลัคกี้เล่นพี่แล้วไง ไม่ใช่นะจ๊ะที่รักคือพี่แค่ห้ามไม่ให้น้องไปกอดคนอื่นมั่วซั่วแค่นั้นเองจ๊ะ แล้วก็นี่จ๊ะของ
ที่ที่รักสั่งให้พี่ไปซื้อ”เยซองรีบแก้ตัวเป็นพัลวันโดยน้องมันแกล้งกลับแล้วไงถ้าเกิดที่รักเข้าใจผิดจริงนะคอยดูจะ
ไปฟ้องฮีนิมจริงๆด้วย
“แน่นะ ไม่ได้แกล้งน้องก็แล้วไป ถ้างั้นทั้งสองคนไปทำงานได้แล้วไปลูกค้าทยอยมากันแล้ว”รยออุคได้ยิน
แบบนั้นก็ยิ้มออกแล้วก็ไล่ทั้งคู่ไปทำงาน
“พี่รยออุคฮะ กี้ไม่มีแรงทำงานเลยฮะ พี่ช่วยหอมแก้มเป็นกำลังใจให้กี้หน่อยสิฮะนะนะ”ก่อนไปขอแกล้งพี่เย
ซองอีกทีแล้วกันด้วยความรัก
“ได้สิ มานี่มา จุ๊บ!” รยออุคเห็นเจ้าลัคกี้ที่ทำเป็นแมวขี้อ้อนมาขอให้เค้าหอมแก้มก็เลยเรียกให้มาหอมแก้ม
ตามที่ลูกแมวอ้อนก่อนที่ลูกแมวจะเดินไปทำงานของตัวเอง
“อ้า......ที่รักครับพี่ก็ไม่มีแรงทำงานเหมือนกัน......”เยซองยังพูดไม่จบประโยคดีเลยเจ้าแมวขี้อ้อนก็รีบตระ
โกนกลับมาทันที
“ให้กี้หอมให้มั้ยพี่เยซอง”
“ใครเค้าอยากให้แมวปิศาจหอมกันไปเลยไปทำงานเลย”เยซองสวนกลับไปทันทีโดยลืมไปว่ารยออุคยืนอยู่
“ทำไมพี่ไปว่าลัคกี้อย่างนั้นหละไม่น่ารักเลยนะพี่เยซองผมไม่หอมพี่แล้วไปดีกว่า” รยออุคพูดเสร็จก็เดินหนีไป
โดยที่เยซองยืนตาละห้อยที่ไม่ได้หอมตามรีเควส์
“เห็นมั๊ยลัคกี้พี่เลยอดเลย ที่ต่อหน้ารยออุคนะทำเป็นแมวน้อยน่าสงสารแต่อยู่กับพี่นี้นายเป็นแมวปิศาจจริงๆ”
เยซองยิ้มให้กับความยียวนของน้อง
.
.เวลาสี่ทุ่ม
“กี้กลับก่อนนะฮะพี่เยซองพี่รยออุค”ลัคกี้กล่าวลาพี่ชายทั้งสองหลังจากที่งานเสร็จแล้ว
“ไปทำงานดีๆนะระวังตัวด้วยแล้วก็นี่ขนมเอาไว้กินตอนที่เราหิวแล้วกัน ไม่ต้องปฏิเสธเลย เราผอมเกินไปแล้วนะ
ลัคกี้พี่กับพี่เยซองเป็นห่วงสุขภาพเรานะ”รยออุคเอากล่องขนมมาให้ก่อนที่จะสั่งให้น้องดูแลตัวเองดีๆ
“ขอบคุณฮะงั้นกี้ไปแล้วนะ ฝากบอกพี่เยซองด้วยนะฮะว่าไม่ต้องห่วง อ้อ...พี่รยออุคฮะพี่เยซองว่ากี้เป็นแมว
ปีศาจด้วยฮะพี่รยออุคจัดการให้กี้ด้วยน้า” ลัคกี้รับกล่องขนมขึ้นมาก่อนที่จะกอดขอบคุณพี่ชายคนสวยและวาง
ระเบิดให้พี่ชายที่รักก่อนเดินไปทำงานต่อ
“ได้เลย ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพี่จัดการให้” รยออุคพูดก่อนที่จะเดินเข้าไปหน้าร้านที่เยซองยืนเครียร์งานอยู่
.
.ทางด้านคังอินที่กลับมาจากข้างนอกก็แปลกใจที่เห็นบ้านสะอาดเอี่ยมตู้เย็นมีของสดครบครันไม่มีแม้แต่คราบ
ขี้ฝุ่น อืม..ทำงานดีใช้ได้ หลังจากนั้นก็เดินเข้าห้องนอนเพื่อจะไปเปลียนเสื้อผ้าสายตาก็ดันไปเห็นเงินที่วางไว้
อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งมีใบเสร็จแลตั๋วรถเมล์วางอยู่ คังอินถึงกับเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรก่อน
ที่จะทำธุระส่วนตัวแล้วเดินไปที่ห้องทำงานแล้วเริ่มทำงานของตัวเอง
.
.”กลับมาแล้วฮะ” ลัคกี้เดินเข้ามาอย่างเหนื่อยล้าหมกไปแล้วอีกหนึ่งวัน
“อ้าวคุณเอ้ย.....พี่คังอินยังไม่นอนอีกเหรอนี่มันตีสองกว่าแล้วนี่ฮะ”ลัคกี้ถามเพราะแปลกใจที่เห็นคังอินเดิน
ออกมากินน้ำที่ห้องครัว
“อือ เพิ่งกลับรึไงขยันดีนะ รีบเข้านอนซะหล่ะ”คังอินตอบกลับก่อนเดินเข้าห้องทำงานไปทำงานของตัวเองต่อ
ลัคกี้ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่เดินเข้าห้องไปแล้วก็แปลกใจที่มีชุดนอนมาวางไว้ในห้องเค้า
“ขอโทษฮะนี่เสื้อพี่คังอินรึเปล่าฮะเห็นมันมาวางไว้ในห้องก่อนออกไปผมว่าผมก็สำรวจแล้วนี่นา ” ลัคกี้ถือชุด
นอนไปหาคังอินที่ห้องทำงานก่อนที่ยื่นชุดนอนคืนให้กับเจ้าของ
“ชั้นให้นายไม่มีชุดนอนหรือชุดอยู่บ้านเลยไม่ใช่รึไง ชุดนี้ชั้นซื้อไว้ยังไม่ได้ใส่หรอกไม่ต้องรังเกียจ อ้อแล้ว
คราวหลังเวลาไปซื้อของก็นั่งรถแท็กซี่กลับหล่ะของก็เยอะนั่งรถเมล์มาได้ไง จำไว้ด้วย”คังอินตอบทั้งที่ยังไม่ละ
สายตาจากหน้อโน้ตบุคส์
“แต่ว่าแท็กซี่มันเปลืองนี่นาแล้วอีกอย่างมันก็ไม่มีใบเสร็จให้พี่คังอินดูอีกต่างหาก”ลัคกี้ตอบตามความจริงก็มัน
แพงนี่นั่งรถเมล์ประหยัดกว่าตั้งเยอะ
“ช่างใบเสร็จมันเถอะ ชั้นสั่งนายก็ทำตามไปนอนได้แล้ว” คังอินพูดตัดบทก่อนที่จะไล่คนตัวเล็กไปนอน
“ฮะก็ได้ฮะขอบคุณสำหรับชุดนอนแล้วกันนะฮะ”ลัคกี้ตอบก่อนที่จะออกจากห้องไม่จำเป็นต้องต่อล้อต่อเถียง
อะไรด้วยถ้าพี่คังอินอย่าให้นั่งแท็กซี่ก็ได้ไม่มีปัญหาไม่ลำบากเค้าอีกตั่งหาก
.
.
หนี่งเดือนต่อมา
โรงพยาบาลSM
วันนี้โชคดีที่อาจารย์ติดประชุมไม่มีสอนลัคกี้ซองมินและฮยอกแจชวนกันมาเยี่ยมฮีนิมที่ตอนนี้กำลังหลับอยู่
“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเนี่ยว่าลัคกี้จะอยู่กับพี่คังอินครบหนึ่งเดือนด้วย” ซองมินตอบพลางนึกถึงคนดูแลก่อนหน้านี้ที่
ทำหน้าที่ได้ไม่นานก็โดนพี่คังอินไล่ออก
“นั่นนะสิแปลว่าลัคกี้มันสามารถสยบพี่คังอินได้หรือเนี่ย”ฮยอกแจได้ทีก็เสริม
“ไม่หรอกพี่คังอินก็เหมือนเดิมนั่นแหละเอาแน่กับอารมณ์ไม่ค่อยได้นั่นแหละเพียงแต่ว่าเราไม่ค่อยได้เจอกัน
หน่ะเจอกันก็คุยกันไม่เกินห้าหกคำถ้ามากกว่านั้นก็ทะเลาะกันหน่ะ”ลัคกี้ตอบพลางนึกถึงวันแรกที่ประจัญหน้ากับ
พี่คังอินที่เค้าทุบสถิติเกือบโดนพี่คังอินไล่ออกภายในสองชั่งโมงด้วยซ้ำ
“ลัคกี้ออกไปซื้อน้ำเป็นเพื่อนชั้นหน่อยนะ ฮยอกแจนายอยู่เฝ้าฮีนิมก่อนนะ ”ซองมินบอกเพื่อนรักที่ตอนนี้สี
หน้าไม่ค่อยดีตั้งแต่ถูกหมอซีวอนเรียกไปคุยเรื่องอาการของฮีนิมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้จนเค้าอดเป็นห่วงไม่
ได้
“นี่ลัคกี้ทำงานหนักมากเลยเหรอ นายดูผอมลงเยอะกว่าเดิมเยอะเลยนะแถมโทรมลงด้วยถ้างานมันหนักมากก็
เพลาๆลงบ้างเถอะเดี๋ยวร่างกายจะไม่ไหวเอานะ”ซองมินมองเพื่อนรักที่ตอนนี้ดูโทรมกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้วยังดู
เพลียๆอีกกลัวว่าจะป่วยซะก่อนซองมินเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เดินมานั่งที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล
“ไม่หรอกซองมินเรายังไหวยิ่งเราทำงานเยอะมากเท่าไหร่ฮีนิมก็จะหายไวเท่านั้น”ลัคกี้ตอบพลางนึกถึงพี่ชายที่
พักหลังๆที่เค้าแวบไปเยี่ยมมักจะหลับเสมอแถมช่วงหลังมานี่ต้องเพิ่งออกซิเจนด้วยยิ่งเห็นแล้วก็ยิ่งใจไม่ดี
เค้ายิ่งต้องรีบหาเงินมารักษาให้ไวที่สุด แถมหมอซีวอนยังบอกว่าให้รีบเพราะยิ่งปล่อยไว้นานมันจะยิ่งแย่กันไป
ใหญ่
“ลัคกี้เรื่องเงินผ่าตัดใช่มั๊ยที่ทำให้นายต้องทำงานขนาดนี้ บอกชั้นได้มั๊ยว่าเท่าไหร่”ซองมินถามเพื่อนทำหน้า
กังวลดูสินี่ขนาดแค่นั่งรอเรียนเฉยๆยังหน้าซีดได้ขนาดนี้ดูท่าไม่ไหวเอาซะเลย
“15 ล้านซองมินแต่ว่าผ่อนจ่ายได้ถ้าเกิดว่าหามาจ่ายได้ก่อนห้าล้านฮีนิมก็จะสามารถรับการผ่าตัดได้เลยส่วนที่
เลยส่วนที่เหลือก็ผ่อนเดือนละสองล้าน ซองมินชั้นไม่รู้จะทำไงแล้วเวลาชั้นมันไม่มีที่จะเบียดงานลงไปได้อีก
แล้ว” ลัคกี้บอกความจริงกับเพื่อนรักยิ่งความจริงแล้วเค้าหนื่อยมากแต่หยุดไม่ได้พักไม่ได้เพราะทุกครั้งที่เค้าพัก
นั้นอาจจะหมายถึงการทำให้ฮีนิมได้รับการผ่าตัดช้าไปอีก
“ตายแล้วทำไมมันเยอะอย่างนี่หล่ะ แล้วนี่นายเก็บได้เท่าไหร่แล้วหล่ะ ”
“ประมาณสองล้านกว่าแล้วหล่ะถ้าชั้นอดทนอีกเดือนก็น่าจะครบแล้วหล่ะซองมินแต่ว่าร่างกายฮีนิมไม่ยอมรอให้
ชั้นเก็บเงินอีกซักเดือนได้เลยตอนนี้ชั้นกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะดร็อปเรียนดีมั๊ยชั้นได้ทำงานพิเศษได้เพิ่มมาก
ขึ้น ชั้นไม่รู้จะทำไงดีแล้วหล่ะซองมินทำไมเงินมันถึงหายากอย่างนี้นะแล้วตอนนี้หมอซีวอนก็อยากให้ฮีนิมได้
รับการผ่าตัดให้ไวที่สุดก่อนที่จะสายเกินไป ฮึก.........ซองมินชั้นจะทำไงดีชั้นสับสนไปหมดแล้วซองมินชั้น
ยอมสละทุกอย่างชั้นอยู่ไม่ได้แน่ถ้าไม่มีฮีนิม ฮือ..................”ในที่สุดลัคกี้ก็ระบายความอึดอัดในใจออกมา
พร้อมกับน้ำตาที่ตอนนี้มันไหลออกมามากมายเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรลัคกี้มันต้องมีทางออกอย่างร้องไห้เลยนะชั้นจะหาทางช่วยให้อีกทางหนึ่ง”ซองมินกอดปลอบเพื่อนรัก
ที่ร้องไห้อย่างน่าสงสารเค้าตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเค้าแทบจะไม่เคยเห็นลัคกี้ร้องไห้ให้กับเรื่องของฮีนิมเลยสัก
ครั้งทุกครั้งลัคกี้จะยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไร....ดูท่าคราวนี้คงจะหนักเอาการถึงกับทำให้ลัคกี้ร้องไห้ออกมาต่อ
หน้าเค้าแบบนี้กระต่ายน้อยสงสารเพื่อนรักจับใจ
“อย่าร้องไห้นะลัคกี้ชั้นต้องหาทางช่วยนายให้ได้ชั้นสัญญา แล้วก็ห้ามดร็อปเรียนเด็ดขาดถ้าฮีนิมรู้คงจะเสียใจ
มากแน่ๆฮีนิมอยากให้นายเรียนให้จบก็รู้ไม่ใช่เหรอ วันนี้ชั้นว่านายลางานที่ทำทั้งหมดก่อนวันหนึ่งนะพัก
ผ่อนให้เต็มที่เพราะว่าสีหน้านายไม่ค่อยดีเลย......อย่าเถียงชั้นเลยนะลัคกี้ถ้าเกิดนายป่วยขึ้นมานายก็รู้นี่นาว่า
นายไม่ค่อยป่วยแต่ถ้าป่วยทีนี่นานเป็นอาทิตย์เลยนะเชื่อชั้นเถอะไม่ต้องห่วงส่วนที่เหลือชั้นจะช่วยนายเอง
....”ซองมินบอกพลางเช็ดน้ำตาให้เพื่อนรักก่อนที่จะจูงเพื่อนรักขึ้นไปหาฮีนิมอีกครั้ง
“อือ......ขอบใจมากนะซองมิน อย่าบอกเรื่องนี้ให้ฮีนิมรู้นะชั้นของร้อง” ลัคกี้เดินตามเพื่อนรักไปขณะที่เช็ด
หน้าเช็ดตาให้เรียบร้อย
“อือ....ชั้นรู้แล้ว”
“อ้าวฮีนิมตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง”ลัคกี้เดินเข้ามากอดพี่ชายที่ตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งพิงกับหัวเตียงอย่างเหนื่อย
อ่อน
“พี่ไม่เป็นไรมากหรอกลัคกี้แต่ไอ้หมอบ้านั่นเวอร์เกินมาเอาไอ้อ๊อกซิเจนมาใส่ให้พี่น่ารำคาญจะตายพี่อยากให้ยุ
นโฮกลับมาจากญี่ปุ่นไวๆจังจะได้หลุดพ้นจากไอ้หมอโรคจิตนี่สักที” ฮีนิมตอบพร้อมกับกอดน้องชายพลางเล่าถึง
ต้นเหตุที่ทำให้เค้าต้องใส่เครื่องบ้านี่คนอะไรกวนประสาทชะมัดนึกแล้วก็หมั่นไส้
“เอ๊ะ! ทำไมฮีนิมไปว่าคุณหมอซีวอนอย่างนั้นหล่ะฮะ เค้าทำอะไรฮีนิมเหรอให้กี้จัดการให้มั๊ย”ลัคกี้ยิ้มอ่อนให้พี่
ชายที่ดูหงุดหงิดเมื่อพูดถึงคุณหมอซีวอน
“อ๋อ.........ไม่มีอะไรหรอกลัคกี้พี่ก็ว่าไปงั้นแหละว่าแต่นี่เราเรียนหนักมาเลยเหรอถึงผอมลงไปมากขนาดนี้ดูสินี่
โทรมลงไปเยอะเลยแถมตัวก็รุมๆจะไม่สบายแน่เลยพักผ่อนซะบ้างนะเรื่องเรียนก็สำคัญแต่เรื่องสุขภาพก็สำคัญ
เหมือนกัน”ฮีนิมกอดน้องแล้วรู้สึกได้เลยว่าน้องผอมลงไปเยอะมากยิ่งพอเอามือมาสัมผัสหน้าน้องก็เห็นถึงความ
อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดดูสิตาก็ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อนดูแล้วเหมือนแมวหงอยมากกว่า
“หรือว่าโหมทำงานเพื่อมาจ่ายค่ารักษาให้พี่ห๊ะ”ฮีนิมจับผิดสีหน้าของลูกแมวไม่มีสักครั้งที่ลัคกี้จะโกหกเค้าได้
“ไม่ใช่หรอกฮะฮีนิม ซองมินกับฮยอกแจก็ผอมลง เรียนหนักจริงๆนะฮะช่วงนี้เลยไม่ค่อยได้มาหาฮีนิมด้วย
ฮีนิมเหงามั๊ย”ลัคกี้รีบตอบเลี่ยงไปโดยที่กระต่ายน้อยก็พยักหน้าเห็นด้วย
“พี่ไม่เห็นว่าเจ้ากระต่ายอวบกับเจ้าลิงปากเสียนี่มันผอมลงตรงไหนเลยตรงกันข้ามพี่ว่าเจ้ากระต่ายนี่ดูเหมือนว่า
จะอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ.....แล้วก็นะลัคกี้พี่ไม่เหงาหรอกพี่อยู่ที่นี่มีเพื่อนเยอะแยะเลยไหนจะหนุ่มที่คอยมาจีบพี่อีก
เราไม่ต้องมาเยี่ยมพี่บ่อยๆก็ได้นะ เอาเวลาไปพักผ่อนเถอะ”ฮีนิมลูบผมน้องที่ยังอ้อนเค้าอยู่ในอ้อมกอดเค้าเป็น
ห่วงน้อยชายคนเดียวนี่มากเพราะเค้าไม่สามารถออกไปปกป้องได้เลยทำให้เค้าต้องสอนน้องให้รู้ทันคนให้มากที่
สุดเวลาที่เค้าจากไปน้องจะได้เผชิญกับโลกภายนอกได้เพียงอย่างน้อยตอนนี้เค้าก็สบายใจไปเปาะหนึ่งแล้วที่
ลัคกี้ได้เพื่อนที่ดีอย่างซองมินฮยอกแจและไหนจะเยซองกับรยออุคอีก
“ฮะ......แต่ฮีนิมห้ามเป็นอะไรตอนที่กี้ไม่ได้มาเยี่ยมนะ อดทนอีกนิดนะฮีนิมกี้ไม่ยอมให้ฮีนิมเป็นอะไรไป
หรอก....กี้รักฮีนิมนะ” ลัคกี้ตอบพลางกระชับอ้อมกอดของพี่ชายตัวเองให้แน่นขี้นไปอีกเพื่อเป็นการยืนยันกับ
ตัวเองว่าพี่ชายขเองเค้าต้องไม่เป็นอะไร
“อือ....นี่ลัคกี้คิดว่าพี่เป็นใครพี่ฮีนิมที่ทุกคนเกรงกลัวนะไม่ทีทางตายง่ายๆหรอกน่าอย่าร้องไห้นะเด็กดีพี่ไม่เป็น
อะไรง่ายๆหรอก พี่ต้องอยู่จิกเจ้าพวกนี้ไปอีกนานเลย” ฮินิมตอบพลางยิ้มให้มือบางเช็ดน้ำตาของน้องอย่างนุ่ม
นวลดูท่าน้องคงตกใจที่เห็นเค้าใส่เครื่องช่วยหายใจแน่ๆ
“เอาหล่ะลัคกี้ออกไปซื้อนมให้พี่หน่อยนะเอารสเดิมนะ พี่หิวแล้วเอาฮยอกแจไปเป็นเพื่อนด้วยแล้วกัน”
ฮีนิมสั่งน้องที่ตอนนี้เลิกร้องไห้แล้วและจิกหัวฮยอกแจไปเป็นเพื่อนน้องโดยปล่อยซองมินทิ้งไว้กับเค้า
หลังจากทั้งสองคนออกไปแล้ว
“ซองมินรู้ใช่มั๊ยว่าพี่มีเรื่องจะคุยกับเรา”ฮีนิมถามซองมินที่เหมือนรู้หน้าที่ขยับเข้าไปใกล้เตียงคนป่วย
“ฮะ ”
“ซองมินพี่รู้ตัวว่าพี่คงอยู่ได้อีกไม่นานร่ายกายของพี่ค่อยๆอ่อนแอลงไม่ต้องพูดอะไรฟังพี่ให้ดีนะพี่ฝากให้เราดูแล
ลัคกี้ด้วยนะขอแค่ให้เค้าได้เจอคนที่ดีอย่าให้ใครมาทำให้เค้าเสียใจเพราะถ้าพี่อยู่บนสวรรค์แล้วพี่เห็นว่าลัคกี้เสีย
ใจหล่ะก็นะพี่จะลงมาหักคอไอ้ลิงนั่นให้ดู”ฮีนิมฝากฝังพร้อมการขู่ปิดท้าย
“ได้ฮะซองมินสัญญาแต่ว่า ผมขอเรื่องนึงได้มั๊ยฮะถ้าพี่อาการไม่ดีพี่ต้องให้นางพยาบาลหรือใครก็ได้โทร
มาบอกผมหน่อยได้มั๊ยฮะ เพราะเวลาพี่เป็นอะไรพี่ไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยผมขอแค่เรื่องเดียวผมรู้ว่าควรทำไงผม
จะไม่บอกลัคกี้ถ้าพี่อาการกำเริบแต่พี่ต้องผมนะสัญญาได้มั๊ย” ซองมินขอร้องพี่ชายคนสวยที่ปากแข็งพอกับน้อง
เป็นอะไรไม่ยอมบอกใครจนนางพยาบาลต้องมาบอกเค้าถึงได้รู้ก็เข้าใจอยู่หรอกว่ากลัวลัคกี้เป็นห่วงแต่ว่าเค้าก็
เป็นห่วงพี่ชายคนสวยเหมือนกัน
“ก็ได้แต่ซองมินสัญญากับพี่แล้วนะว่าจะไม่บอกลัคกี้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ”ฮีนิมถอนหายใจยอมรับขอเสนอโดยดี
“ฮะ ว่าแต่ฮีนิมไปเอาความมั่นใจจากไหนเนี่ยว่าตัวเองจะได้ขึ้นสวรรค์”ซองมินพยายามสร้างบรรยากาศไม่ให้ดู
เศร้าซึมเลยเอ่ยแซวขึ้นมา
“ย๊า..............นี่เจ้ากระต่ายอวบมันของแน่อยู่แล้วก็ชั้นนะทั้งสวยและใจดีอย่างนี้สวรรค์เปิดรอรับชั้นเสมออยู่
Tbc..
มาต่อแล้วๆๆๆค่า ขอบคุณจ้า 555+
edit @ 30 Sep 2008 20:56:04 by Lucky
edit @ 1 Oct 2008 21:34:44 by Lucky